อ้อยพันธุ์กำแพงแสน 94-13 (กพส 94-13)
Sugarcane Cultivar Kampheng Saen 94-13 (Kps 94-13)
 
เรวัต เลิศฤทัยโยธิน1 อภิวิชย์ ทรงกระสินธุ์2 อุดม เลียบวัน3 รณยุทธ์ สัตยนิคม4
สนธิชัย จันทร์เปรม1 ทศพล พรพรหม1และ พูลประเสริฐ ปิยะอนันต์2

1ภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
2ศูนย์วิจัยและพัฒนาอ้อยและน้ำตาล สถาบันวิจัยและพัฒนาฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
3ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี สถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร
4ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลภาคกลาง สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

โทร. 0-3435-1887

    การเพิ่มผลผลิตอ้อยสามารถทำได้หลายวิธี ในวิธีการต่างๆ นี้ การใช้พันธุ์ดีเป็นแนวทางหนึ่งที่มีข้อดีในด้านที่มีผลกระทบต่อการเพิ่มต้นทุนการผลิตอ้อยต่ำ ดังนั้นเกษตรกรจึงนิยมอ้อยพันธุ์ดี เพื่อปลูกในแปลงของตนเป็นอย่างมาก
    แต่ทว่าการปลูกพันธุ์อ้อยพันธุ์ใดพันธุ์หนึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน เป็นการสะสมโรคเนื่องจากอ้อยมีการขยายพันธุ์โดยใช้ท่อนพันธุ์และในการปลูกมีการไว้ตอ ทำให้มีพันธุ์อ้อยนั้นในพื้นที่เดิมเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ก็เป็นการสะสมโรคในพื้นที่นั้น การมีพันธุ์ใหม่ทดแทนจะเป็นการตัดวงจรการสะสมของโรคในท่อนพันธุ์และในดิน
    ดังนั้นการผลิตอ้อยพันธุ์ใหม่ภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมและจำเป็นในการดำเนินการเพื่อลดปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการผลิตอ้อย และสนองความต้องการพันธุ์อ้อยที่มีลักษณะเหมาะสมในการใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ทั้งนี้ในการผลิตอ้อยพันธุ์ใหม่จะต้องมีการศึกษานำเอาวิธีการด้านต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในโครงการปรับปรุงพันธุ์อ้อยอย่างเหมาะสม
    พันธุ์อ้อย กำแพงแสน 94-13 เป็นพันธุ์ลูกผสม จากการผสมเปิด ที่ได้จากการผสมในปี 2537 (1994) โดยมีพันธุ์ 89-1-20 เป็นพันธุ์แม่ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ได้จากโครงการปรับปรุงพันธุ์อ้อยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่มี ดร.เกษม สุขสถาน เป็นหัวหน้าโครงการ และได้รับการผสมจากละอองเกสรจากโคลนพันธุ์อื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง

คุณสมบัติดีเด่น
    1. มีผลผลิตอ้อยและผลผลิตน้ำตาลสูง
    2. มีการเจริญที่เร็วมาก ทำให้มีความสามารถในการแข่งขันกับวัชพืชได้ดี จึงสามารถปลูกในต้นฤดูฝนได้เป็นอย่างดี
    3. มีทรงกอตั้งตรง และล้มยาก ช่วยลดการเผาใบในขณะเก็บเกี่ยว ซึ่งช่วยผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม สะดวกในการเก็บเกี่ยวอ้อยโดยใช้เครื่องจักรกลและแรงงาน
    4. กาบใบหลุดร่วงง่าย ช่วยลดการเผาใบในขณะเก็บเกี่ยว ซึ่งช่วยผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ลดสิ่งเจือปนเมื่อเก็บเกี่ยวอ้อยโดยใช้เครื่องจักรกล
    5. ทนแล้ง นอกจากมีผลผลิตที่สูงในสภาพที่มีการชลประทานแล้ว ยังปลูกได้ดีในพื้นที่ปลูกอ้อยที่อาศัยน้ำฝน
    6. มีความหวานสูงมากในพื้นที่ดินร่วนปนทราย
    7. ไม่มีขนเบอร์ 57 ที่กาบใบ สะดวกในการเก็บเกี่ยวโดยใช้แรงงาน
    8. ออกดอกน้อย ไม่สูญเสียน้ำตาลในช่วงเก็บเกี่ยว พบการออกดอกเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน



ข้อจำกัดหรือขอบเขตของการใช้
    1. ไม่ควรปลูกในพื้นที่ลุ่ม ที่เป็นดินเหนียวจัด
    2. มีการระบาดของโรคเหี่ยวเน่าแดงและโรคแส้ดำ